ทฤษฎีที่เน้นการฝึกจิตหรือสมอง
(Mental Discipline)
ทิศนา แขมมณี (2550 : 45) กล่าวไว้ว่า
นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่าจิตหรือสมองหรือสติปัญญา (mind) สามารถพัฒนาให้ปราดเปรื่องได้โดยการฝึก
เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อซึ่งจะแข็งแรงได้ด้วยการฝึกออกกำลังกาย
ในการฝึกจิตหรือสมองนี้ทำได้โดยการให้บุคคลเรียนรู้เรื่อง ที่ยาก ๆ
ยิ่งยากมากเท่าไรจิตก็จะได้รับการฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ ได้รวบรวมแล้วกล่าวถึงทฤษฎีนี้ว่า จิตหรือสมองหรือสติปัญญา(mind) สามารถพัฒนาให้ปราดเปรื่องได้โดยการฝึก
ในการฝึกจิตหรือสมองนี้ทำได้โดยให้บุคคลเรียนรู้สิ่งที่ยากๆ
ยิ่งยากมากเท่าไร
จิตก็จะได้รับการฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น หลักการในการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
โดยการกระตุ้นความรู้ในตัวผู้เรียนให้แสดงออกมา
สุริน
ชุมสาย ณ อยุธยา แนวคิดแยกออกเป็น 2
กลุ่มย่อย คือ
1.กลุ่มที่เชื่อในพระเจ้า (Theistic Mental Discipline) นักคิดที่สำคัญของกลุ่มนี้คือ
เซนต์ออกุสติน (St. Augustine) จอห์น คาลวิน (John
Calvin) และคริสเตียน โวล์ฟ (Christian Wolff) นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อ ดังนี้
1.1 มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความชั่วและการกระทำใด ๆ
ของมนุษย์เกิดจากแรงกระตุ้นภายในตัวมนุษย์เอง (bad-active)
1.2
มนุษย์พร้อมที่จะทำความชั่วหากไม่ได้รับการสั่งสอนอบรม
1.3
สมองของมนุษย์นั้นแบ่งออกเป็นส่วน ๆ (faculties) ซึ่งหากได้รับการฝึกอย่างเหมาะสมจะช่วยทำให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาต่าง
ๆ ได้
1.4
การฝึกสมองหรือฝึกระเบียบวินัยของจิตเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาให้มนุษย์เป็นคนดีและฉลาด
1.5
การฝึกฝนสมองให้รู้จักคิด ต้องใช้วิชาที่ยาก
เช่นวิชาคณิตศาสตร์ได้รวบรวมและกล่าวถึง ทฤษฎีนี้ว่า
นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่าจิตหรือสมองหรือสติปัญญา (mind) สามารถพัฒนาให้ปราดเปรื่องได้โดยการฝึก เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อซึ่งจะแข็งแรงได้ด้วยการฝึกออกกำลังกาย
ในการฝึกจิตหรือสมองนี้ทำได้โดยการให้บุคคลเรียนรู้เรื่อง ที่ยาก ๆ
ยิ่งยากมากเท่าไรจิตก็จะได้รับการฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
นักคิดกลุ่มนี้มีปรัชญา ภาษาลาติน ภาษากรีกและคัมภีร์ใบเบิล เป็นต้น 2.กลุ่มที่เชื่อในความมีเหตุผลของมนุษย์ (Humanistic
Mental Discipline) นักคิดคนสำคัญในกลุ่มนี้คือ พลาโต (Plato)
และอริสโตเติล (Aristotle) นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อ
ดังนี้ความเชื่อเกี่ยวกับการเรียนรู้
2.1 พัฒนาการในเรื่องต่าง ๆ
เป็นความสามารถของมนุษย์ มิใช่พระเจ้าบันดาลให้เกิด 2.2
มนุษย์เกิดมามีลักษณะไม่ดีไม่เลวและการกระทำของมนุษย์เกิดจากแรงกระตุ้นภายใน (neutral - active)
2.3
มนุษย์เป็นผู้มีเหตุผลพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง
มนุษย์มีอิสระที่จะเลือกทำตามความเข้าใจและเหตุผลของตน
หากได้รับการฝึกฝนอบรมก็จะสามารถพัฒนาศักยภาพที่ติดตัวมา 2.4
มนุษย์มีความรู้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ถ้าขาดการกระตุ้นความรู้จะไม่แสดงออกมา
สรุป
ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้ของกลุ่มที่เน้นการฝึกจิตหรือสมอง(Mental Discipline) คือ
มนุษย์ทุกคนมีโอกาสที่จะพัฒนาจิตและสมอง
ได้โดยการโดยการให้บุคคลเรียนรู้เรื่่องที่ยาก ๆ
ยิ่งยากมากเท่าไรจิตก็จะได้รับการฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
และเรียนรู้ไปตามธรรมชาติ การใช้ของจริงเป็นสื่อในการสอนจะช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในทฤษฎีนี้มีแนวคิดแยกออกเป็น 2 กลุ่มย่อยคือ
1.
กลุ่มที่เชื่อในพระเจ้า (Theistic Mental
Discipline) การกระทำใด ๆ
ของมนุษย์เกิดจากแรงกระตุ้นภายในตัวมนุษย์เอง
การฝึกสมองเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาให้มนุษย์เป็นคนดีและฉลาด
หากได้รับการฝึกอย่างเหมาะสมจะช่วยทำให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้
2.
กลุ่มที่เชื่อในความมีเหตุผลของมนุษย์ (Humanistic
Mental Discipline) พัฒนาการในเรื่องต่าง
ๆ เป็นความสามารถของมนุษย์ มิใช่พระเจ้าบันดาลให้เกิด มนุษย์เป็นผู้มีเหตุผลพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง
มนุษย์มีอิสระที่จะเลือกทำตามความเข้าใจและเหตุผลของตน
อ้างอิง
ทิศนา
แขมมณี.(2551).ศาสตร์การสอน.สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร
ณัชชากัญญ์
วิรัตนชัยวรรณ (http://www.learners.in.th/blogs/posts/386486) สร้าง: 13 กรกฎาคม 2553
สุริน ชุมสาย ณ อยุธยา.[ออนไลน์] ชื่อเว็บไซต์:http://surinx.blogspot.com//. เข้าถึงเมื่อวันที่
30 มิถุนายน 2555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น