ทฤษฎีกระบวนการทางสมองในการประมวลข้อมูล(Information Processing Theory)
http://mystoryinsite.blogspot.com/2012/06/information-processing-theory.html ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีนี้ว่า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
ก. ทฤษฎีการเรียนรู้ คลอสไมเออร์
อธิบายกระบวนการประมวลข้อมูลโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
การบันทึกไว้ในความจำระยะสั้น
ซึ่งการบันทึกนี้จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ
2 ประการ
คือ
การรู้จักและความใส่ใจของบุคคลที่รับสิ่งเร้า
เมื่อข้อมูลข้าวสารได้รับการบันทึกไว้ในความจำระยะยาวแล้ว
การเรียกออกมาใช้บุคคลจำเป็นต้องถอดรหัสข้อมูลจากความจำระยะยาวนั้น กระบวนการทางสมองในการประมวลข้อมูลข้างต้น จะได้รับการบริหารควบคุมอีกชั้นหนึ่ง
ซึ่งหากเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์แล้ว
ก็คือโปรแกรมสั่งงานหรือ “software”นั่นเอง
ข.
การประยุกต์ใช้ทฤษฎีในการเรียนการสอน
1 เนื่องจากการรู้จัก (recognition) หากเรารู้จักสิ่งนั้นมาก่อน เราก็มักจะเลือกรับรู้สิ่งนั้น
และนำไปเก็บไว้ในความจำต่อไป
2 เนื่องจากความใส่ใจ (attention) ควรจัดสิ่งเร้าในการเรียนรู้ให้ตรงกับความสนใจของผู้เรียน
เพราะจะช่วยให้ผู้เรียนใส่ใจและรับรู้สิ่งนั้นและนำไปเก็บไว้ในความจำระยะสั้นต่อไป
3 เนื่องจากข้อมูลที่ผ่านการรับรู้แล้ว จะถูกนำไปเก็บไว้ในความจำระยะสั้น หากต้องการจำสิ่งนั้นนานกว่านี้ ก็จำเป็นต้องใช้วิธีการต่างๆช่วย เช่น
การท่องซ้ำกันหลายๆครั้ง
4
หากต้องการให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาสาระใดๆได้เป็นเวลานานสาระนั้นต้องได้รับการเข้ารหัส วิธีการเข้ารหัส เช่น
การท่องจำซ้ำๆการทบทวน
ข้อมูลที่ถูกนำเก็บไว้ในความจำระยะสั้นหรือระยะยาวแล้ว สามารถเรียกออกมาใช้งานได้โดยผ่าน “effector”ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมทางวาจาหรือการกระทำ เนื่องจากกระบวนการต่างๆ ของสมองได้รับการควบคุมโดยหน่วยบริหารควบคุมอีกชั้นหนึ่งซึ่งเปรียบได้กับโปรแกรมสั่งงานซึ่งเป็น
“software”ของเครื่องคอมพิวเตอร์
การที่ผู้เรียนรู้ตัวและรู้จักการบริหารควบคุมกระบวนการทางปัญญาทำให้บุคคลนั้นสามารถสั่งงานให้สมองทำการต่างๆได้
ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ กล่าวไว้ว่าทฤษฎีกระบวนการทางสมองในการประมวลข้อมูล(Information Processing Theory) เป็นทฤษฏีที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์
โดยให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำงานของสมอง ทฤษฏีนี้มีแนวคิดว่า การทำงานของสมองมนุษย์มีความคล้ายคลึงกับการทำงานของคอมพิวเตอร์
หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้ คือ
การนำเสนอสิ่งเร้าที่ผู้เรียนรู้จักหรือมีข้อมูลอยู่จะสามารถช่วยให้ผู้เรียนหันมาใส่ใจและรับรู้สิ่งนั้น
จัดสิ่งเร้าในการเรียนรู้ให้ตรงกับความสนใจของผู้เรียน สอนให้ฝึกการจำโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย
หากต้องการให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาสาระใดๆ ได้เป็นเวลานาน
สาระนั้นจะต้องได้รับการเข้ารหัส(encoding) เพื่อนำไปเข้าหน่วยความจำระยะยาว
วิธีการเข้ารหัสสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การท่องจำซ้ำๆ การทบทวน
หรือการใช้กระบวนการขยายความคิด
เทอดชัย บัวผาย กล่าวไว้ว่า
เป็นทฤษฏีที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์
โดยให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำงานของสมอง ทฤษฏีนี้มีแนวคิดว่า
การทำงานของสมองมนุษย์มีความคล้ายคลึงกับการทำงานของคอมพิวเตอร์
หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้ คือ
การนำเสนอสิ่งเร้าที่ผู้เรียนรู้จักหรือมีข้อมูลอยู่จะสามารถช่วยให้ผู้เรียนหันมาใส่ใจและรับรู้สิ่งนั้น
จัดสิ่งเร้าในการเรียนรู้ให้ตรงกับความสนใจของผู้เรียน
สอนให้ฝึกการจำโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย หากต้องการให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาสาระใดๆ
ได้เป็นเวลานาน สาระนั้นจะต้องได้รับการเข้ารหัส (encoding)
เพื่อนำไปเข้าหน่วยความจำระยะยาว
วิธีการเข้ารหัสสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การท่องจำซ้ำๆ การทบทวน
หรือการใช้กระบวนการขยายความคิด
สรุป
ทฤษฎีกระบวนการทางสมองในการประมวลข้อมูล
เป็นทฤษฏีที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์ โดยให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำงานของสมอง
คือทฤษฏีนี้มีแนวคิดว่าการทำงานของสมองของมนุษย์ก็เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์
เป็นการนำเสนอสิ่งเร้าที่ผู้เรียนรู้จักหรือมีข้อมูลอยู่จะสามารถช่วยให้ผู้เรียนหันมาสนใจและรับรู้สิ่งนั้น
เมื่อมนุษย์ได้รับข้อมูลจากสิ่งเร้าเข้ามาทางประสาทสัมผัสทั้ง 5
และสมองก็จะประมวลผลของข้อมูลแล้วแสดงออกมาทางพฤติกรรม เช่น การท่องจำ คำพูด
การจดบันทึก เป็นต้น
อ้างอิง
http://mystoryinsite.blogspot.com/2012/06/information-processing-theory.html.[ออนไลน์]. ทฤษฎีกระบวนการทางสมองในการประมวลข้อมูล.เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่
8 กรกฎาคม 2555.
ศน.หลักสูตรและการสอน[ออนไลน์].เว็บไซต์http://www.niteslink.net/web/?name=webboard &file=read&id=7.ทฤษฎีการเรียนรู้.เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 8
กรกฎาคม 2555.
ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ[ออนไลน์].เว็บไซต์http://www.learners.in.th/blog /natchakan /386486.ทฤษฎีการเรียนรู้.
เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น